สำหรับผู้ที่เริ่มต้นที่จะลองใช้ระบบ Network โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากการสร้างระบบ LAN แบบ P2P ขึ้นมา เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่ต้องการอุปกรณ์ หรือ โปรแกรมเพิ่มเติม เพียงแต่มีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไปและการ์ดแลน เพียงเท่านี้ ก็สามารถสร้างระบบ LAN แบบง่ายๆได้แล้ว
แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า LAN แบบ P2P ก็คือระบบ LAN ที่ใช้ Windows NT/2000 หรือ Netware เป็น Server โดยจุดประสงค์หลักของ P2P คือการแชร์อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ส่วน LAN แบบ Advance Network นั้นออกแบบมาสำหรับการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆร่วมกัน และมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยจำกัดสิทธิการใช้งาน โดยสามารถสรุปหน้าที่การทำงานหลักๆได้ดังนี้
คุณลักษณะ | Advance Network | Peer to Peer (P2P) |
การสร้างกลุ่มผู้ใช้/กำหนดสิทธิ/รหัสผ่านของแต่ละคน | | |
การใช้งานโปรแกรมต่างๆบน Server | | ได้แต่มีข้อจำกัด |
การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆร่วมกัน | | |
ระบบตรวจสอบการเขียนอ่านข้อมูล | | |
จำนวนเครื่องลูกที่จะต่อเชื่อม | 2 - 1000 | ไม่ควรเกิน 2 จุด |
Server แยกเป็นอิสระจากเครื่องลูกข่าย | | |
เสถียรภาพในการทำงาน | สูง - สูงมาก | ต่ำ |
รองรับการทำงานได้หลายๆอย่างพร้อมกัน | | |
จากคุณลักษณะดังกล่าวทำให้ P2P นั้นเหมาะที่จะใช้เฉพาะส่วนการแชร์อุปกรณ์ และส่งไฟล์ไปมาระหว่างกัน มากกว่าที่จะนำไปใช้ในงานที่จะต้องมีการเขียนอ่านข้อมูลอย่างถูกต้อง เช่น การนำไป ใช้งานกับโปรแกรม EASY-ACC ที่ต้องมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลที่เก็บย่อมไม่มีความ ปลอดภัยเพียงพอ ดังนั้นหากผู้ต้องการใช้ P2P ไว้ใช้งานใน EASY-ACC จะต้องระมัดระวังในเรื่อง ของข้อมูลเป็นอย่างมาก จึงต้องมั่นสำรองข้อมูลเป็นประจำทุกวัน และจะต้องสามารถแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าได้เองในบางเรื่อง เพราะโอกาสที่เครื่องจะแฮงค์หรือหยุดนิ่งไป โดยไม่ทราบสาเหตุก็เป็นไปได้มาก
หากคิดว่าระบบ LAN มีความจำเป็นต่อการทำงานของกิจการ ควรจะติดตั้ง LAN แบบ Advance Network ไปใช้งานจะดีกว่า เพราะหากเกิดปัญหาเนื่องจาก ระบบ LAN แล้วจะทำให้เสียเวลาแก้ไขข้อมูลค่อนข้างมาก และ ทำให้การทำงานในส่วนอื่น ล่าช้าตามไปอีกด้วย